วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

งานชิ้นที่ 1 ณ 23-04-2555 (ภาคเรียนที่ 3)


..งานชิ้นที่ 1..

1.ยกตัวอย่าง Mawave มา 5 ชนิด พร้อมกล่าวถึงรายละเอียดพร้อมป้องกันและแก้ไข
Malware คือ ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะทำลายหรือสร้างความเสียหายให้แก่ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย หรือทรัพย์สินและข้อมูลของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์
ตัวอย่าง
1. Program viruses จะติดต่อกับ executable files ซึ่งได้แก่ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .COM หรือ .EXE และยังสามารถติดต่อไปยังไฟล์อื่นๆซึ่งโปรแกรมที่ลง ท้ายด้วย .COM หรือ .EXE เรียกใช้ ไฟล์เหล่านี้ได้แก่ ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .SYS, .DLL, .BIN เป็นต้น
วีธีป้องกัน
-ใช้โปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส (anti-virus) อย่างไรก็ตามไม่มีโปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส โปรแกรมใดสมบูรณ์แบบ การเตือนที่ผิดพลาดว่ามีไวรัสก่อให้เกิดความรำคาญพอๆกับตัวไวรัสเอง อย่าลืมว่าจะต้อง update โปรแกรมที่ใช้ตรวจจับและกำจัดไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ครอบคลุมถึงไวรัสชนิดใหม่ๆ
-scan ทุกไฟล์บนดิสเกตต์และ CD-ROM ก่อน นำลง hard disk
-scan ทุกไฟล์ที่ download มาจาก internet
2. Worm เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส แต่แพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ที่ต่ออยู่บนเครือข่ายด้วยกัน ลักษณะการแพร่กระจายคล้ายตัวหนอนที่เจาะไชไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ แพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอกตัวเองออกเป็นหลาย ๆ โปรแกรม และส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป และสามารถแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์ได้
วีธีป้องกัน
การติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัส แบบ Real time หมายถึงตรวจสอบอีเมล์ทุกครั้งที่เข้ามา ตรวจสอบเว็บไซท์ที่มีการแวะเวียนเข้าไป แบบอัตโนมัติ เป็นต้น และที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดเมล์ที่เราไม่รู้จัก หรือไม่แน่ใจ
3. Spyware คือ โปรแกรมเล็ก ๆ ที่ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่อง (สปาย) การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อาจจะเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ สปายแวร์บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้คุณใช้อินเตอร์เน็ทไม่ได้เลย ไม่ว่าจะไปเว็บไหน ก็จะโชว์หน้าต่างโฆษณา หรืออาจจะเป็นเว็บประเภทลามกอนาจาร พร้อมกับป๊อปอัพหน้าต่างเป็นสิบ ๆ หน้าต่าง
วีธีป้องกัน
- ติดตั้งโปรแกรม Anti-Spyware ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ Anti-Spyware สามารถตรวจสอบค้นหาสิ่งแปลกปลอม (Spyware) ที่จะเข้าฝั่งตัวอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งโปรแกรม Anti-Spyware จะทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นลักษณะเรียลไทม์เมื่อ Anti-Spyware ตรวจพบสปายแวร์ก็จะทำการเตือนให้ผู้ใช้ทราบและทำการลบสปายแวร์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยทันที 
-ไม่ดาว์นโหลดไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรจะดาว์นโหลดจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือเท่านั้น 
4. Rootkit คือโปรแกรมประเภทหนึ่งที่พวก hacker ใช้สำหรับการบุกรุกหรือโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา?(ส่วนใหญ่ติดกับคอมพิวเตอร์ในระดับ server)?ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ติด Root kit แล้ว อาจถูกควมคุมจาก admin ที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ ซึ่งเขาจะทำอะไรๆ ก็ได้ในเครื่องคอมฯ ของเรา? ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้เราไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างปกติ
วีธีป้องกัน
หลักการป้องกัน Root kit ก็เหมือนกันการป้องกันการโจมตีในรูปแบบต่างๆ ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Firewall และ update Windows Security อย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น นอกจากนี้ที่สำคัญคือ จะต้องไม่นำอุปกรณ์จากภายนอกเข้ามาใช้ในคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะกับ server (โดยเฉพาะ Flash Drive, USB Hard disk) ถ้าจำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้งาน จะต้องผ่านการตรวจสอบและสแกนไวรัสทุกครั้ง

5. Adware (ส่วนใหญ่มักจะมาคู่กับ spyware เพื่อใช้ในการทำ targeted ads หรือการโฆษณาสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้ได้มากขึ้น) จะคอยแสดงโฆษณาสินค้าต่างๆ บนหน้าจอของเรา (หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "popup ads") ผ่านทาง web browser เช่น Internet Explorer หรือ Mozilla Firefox ซึ่งสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานส่วนมาก ที่ไม่สนใจในโฆษณา หรือ popup ads เหล่านั้น โปรแกรมประเภท adware มักจะถูกติดตั้งพร้อมกับโปรแกรมที่เราดาวโหลดมาฟรีๆ จาก web site ที่ไม่น่าเชื่อถือ
วีธีป้องกัน
- ระวังเรื่องการ download โปรแกรมจากเว็บไซต์ต่างๆ
-ระวังอีเมล์ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแจกโปรแกรมฟรี เกี่ยวกับกำจัด Spyware
-ระหว่างการใช้งานอินเตอร์เน็ต ถ้ามีหน้าต่างบอกให้คลิกปุ่ม Yes ระวังสักนิด อ่านรายละเอียดให้ดี อาจมีspyware แฝงอยุ่ แนะนำให้คลิก No ไว้ก่อน จะปลอดภัยกว่า
-หน้ามีหน้าต่าง Pop-up ขึ้นมา แนะนำให้คลิกตัว "X" แทนการคลิกปุ่มใด ๆ และโดยเฉพาะบริเวณป้ายโฆษณา นั่นอาจหมายถึงคุณกำลังยืนยันให้มีการติดตั้ง spyware แล้ว
-ตรวจสอบ ด้วยโปรแกรมกำจัด Spyware อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง สำหรับองค์กร แนะนำให้ตรวจสอบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาพักทานข้าว ซึ่งถือได้ว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด






ให้ศึกษาโปรแกรม Anti Malware มาอย่างน้อย 5 ชนิด

1.โปรแกรม A-squared Anti-Malware
ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับโปรแกรม
เวอร์ชั่น : 5.0
ระบบปฏิบัติการ : Windows (2000 / ME / XP / Server 2003 / Vista)
ผู้พัฒนา : Emsi Software GmbH
A-squared Anti-Malware : โปรแกรมป้องกันไวรัสโทรจัน เรียกได้ว่า มีเอาไว้ ป้องกัน ตามคำที่ว่า กันไว้ดีกว่าแก้และนอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังสามารถป้องกันตัว Back Office ที่อาจจะแอบแฝงมาได้อีกด้วยครับ นอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังมีระบบ การตรวจสอบหาไวรัส โทจัน ตัวนี้ที่จะมาจากการ การดาวน์โหลด หรือ ว่ามันอาจจะมีจาก ไฟล์ที่แนบมากับ E-Mail ที่เป็นพวกตระกูล ZIP, ARJ, CAB
นอกจากนี้แล้วยัง เป็นโปรแกรมสำหรับช่วยปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจากการโจมตีแบบ Hacker โดยโปรแกรมที่ไม่หวังดี โปรแกรมนี้เค้ามีความสามารถพิเศษในการจัดการกับ โทรจัน, เวิร์ม, Dialer และ Spyware


2.Malware bytes' Anti-Malware



 
ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับโปรแกรม
รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 2000, XP, and Vista (32-bit and 64-bit)
ตรวจสอบไวรัส หรือสแกนไวรัสได้เร็ว
สามารถสั่งสแกนในทุกๆ ไดร์ฟ
สามารถทำ Quarantine ด้วย
รองรับการทำงานหลายภาษา
รองรับการสั่งสแกนแบบ command line
     Malware bytes Free Anti-Malware โปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำการป้องกัน ตรวจจับมัลแวร์ สปายแวร์ และโทรจัน ที่ติดหรือฝังในเครือเราง่าย ๆ


3.Spybot Search & Destroy
เป็นเป็นแกรมชื่อดังตัวหนึ่งที่หลายๆคนคงรู้จักดี มันสามารถ scan หา malware ต่างๆได้ และนอกจากนั้นมันยังสามารถหา botnet, hosts-file, file shredder (ลบไฟล์อย่างปลอดภัย), และ dummy code (แก้ไขโค้ดของตัว malware ทำให้ทันยังทำงานอยู่โดยที่ module ของมันจะไม่ทำอะไร)  และมันยังสามารถใช้งานได้จนถึง Windows 95


4.SUPER Antispyware

 มีทั้งแบบ Freeware และเสียตังค์หมือนกับ Malwarebytes’ Anti-Malware ในเวอร์ชั่น free มันมีแต่การ scan และกำจัดmalware มันสามารถตรวจพบได้ดีพอ ๆ กับพวกนี้เลย Avira, Kaspersky, Symantec, กับ McAfee



5.Combo Fix

 สามารถใช้ได้อย่างง่ายๆ แค่รันมันแล้วมันก็จะทำของมันเอง และเมื่อเสร็จจากการตรวจสอบกว่า 40+ ขั้นตอน มันก็จะให้ log ไฟล์สำหรับผู้รู้ว่ามันเจออะไร และลบอะไรไปบ้างแล้ว



3.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่ มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 6 ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ ผู้อื่นจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านํามาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 8 ผู้ใดกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับ ไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของ ผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกิน สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 9 ผู้ใดทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 10 ผู้ใดกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทํางานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทํางานตามปกติได้ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 11 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิด หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของ บุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น